"มากกว่าเพื่อนร่วมทีมคือครอบครัว!" ลิโอเนล เมสซี่ เปิดใจสุดซึ้ง ขอบคุณเพื่อนร่วมทีมที่คอยเคียงข้าง ชี้ความสามัคคีคือกุญแจสำคัญ
ลิโอเนล เมสซี่ ยอดดาวยิงระดับตำนาน ออกมาเปิดเผยความรู้สึกจากก้นบึ้งของหัวใจ โดยกล่าวยกย่องและขอบคุณเพื่อนร่วมทีมที่เปรียบเสมือนครอบครัว พร้อมเน้นย้ำว่าสายสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นและความสามัคคีภายในแคมป์ คือสิ่งที่ทำให้เขามีความสุขที่สุดในการลงสนามทุกวันนี้
จากรายงานล่าสุดของ ฟาบริซิโอ โรมาโน่ (Fabrizio Romano) เหยี่ยวข่าวชื่อดังแห่งวงการฟุตบอล ได้เปิดเผยบทสัมภาษณ์ล่าสุดของกัปตันทีมแชมป์โลกวัยเก๋า ที่สะท้อนให้เห็นถึงความเป็นผู้นำและความอ่อนน้อมถ่อมตน ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ประจำตัวของเขาเสมอมา โดยเมสซี่ได้กล่าวถึงเพื่อนร่วมทีมที่มักจะออกมาชื่นชมและปกป้องเขาผ่านสื่ออยู่เป็นประจำ
> คำสัมภาษณ์ฉบับเต็มของ ลิโอเนล เมสซี่
"ความจริงก็คือ ผมรู้สึกซาบซึ้งใจต่อเพื่อนร่วมทีมของผมอย่างสุดซึ้ง และผมมีความสุขมากๆ ที่ได้ลงแข่งขันเคียงข้างพวกเขา"
"พวกเขาคือเพื่อนของเรา มันเป็นกลุ่มที่สวยงามและมีความสามัคคีกันอย่างเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน มันทำให้ผมมีความสุขมากจริงๆ ที่ได้ยินคำพูดที่เต็มไปด้วยความรักและความผูกพันเหล่านั้น"
เบื้องหลังความสำเร็จคือ "สปิริตในห้องแต่งตัว"
คำพูดดังกล่าวของเมสซี่ ไม่ได้เป็นเพียงแค่การให้สัมภาษณ์ตามมารยาท แต่เป็นการสะท้อนภาพความเป็นจริงที่เกิดขึ้น ทั้งในแคมป์ ทีมชาติอาร์เจนตินา และสโมสรต้นสังกัดในช่วงบั้นปลายอาชีพของเขา ตลอดหลายปีที่ผ่านมา ภาพที่เรามักจะเห็นจนชินตาคือบรรดาผู้เล่นดาวรุ่งและเพื่อนร่วมทีมต่างพร้อมใจกันวิ่งสู้ฟัดและถวายหัวเพื่อกัปตันทีมของพวกเขา
นักเตะอย่าง โรดริโก้ เด ปอล, เอมิเลียโน่ มาร์ติเนซ หรือแม้แต่เพื่อนร่วมทีมที่สโมสร มักจะออกมาให้สัมภาษณ์เสมอว่า เมสซี่ไม่ได้เป็นแค่ซูเปอร์สตาร์ แต่เป็นศูนย์รวมจิตใจและเป็นพี่ใหญ่ที่คอยดูแลทุกคนในทีม การที่ลูกทีมต่างพากันออกมาพูดถึงเขาด้วยความรักและเคารพ (Affectionate words) คือสิ่งที่เติมเต็มความรู้สึกของเมสซี่ในช่วงเวลาที่เขากวาดความสำเร็จมาแล้วทุกอย่างบนโลกฟุตบอล
ภาวะผู้นำที่ขับเคลื่อนด้วยความรัก
ในอดีต เมสซี่อาจจะเคยถูกวิจารณ์ว่าเป็นผู้นำที่เงียบขรึมและไม่ค่อยแสดงออก แต่ในช่วงหลายปีหลังมานี้ เขาได้ก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำทางจิตวิญญาณอย่างเต็มตัว การเปลี่ยนผ่านจาก "เดอะ แบก" ผู้โดดเดี่ยว มาเป็น "ศูนย์กลางของครอบครัว" ที่ทุกคนพร้อมสู้ไปด้วยกัน คือจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้เขาพาทีมประสบความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่
บทสัมภาษณ์นี้เป็นการยืนยันอีกครั้งว่า สำหรับ ลิโอเนล เมสซี่ ในวัยนี้ รางวัลส่วนตัวหรือสถิติการทำประตู อาจไม่สำคัญเท่ากับรอยยิ้ม มิตรภาพ และการได้ลงเล่นเคียงข้างกลุ่มคนที่เขาสามารถเรียกว่า "เพื่อน" ได้อย่างเต็มปากเต็มคำ

