"ขโมยวิชาเขามา!" อโมริม เผยเบื้องหลังทีเด็ดลูกนิ่ง หลังพาผีแดงพลิกนรกแซง พาเลซ 2-1

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด กลับมาคว้าชัยชนะได้สำเร็จหลังจากที่เพิ่งพ่ายคาบ้านต่อ เอฟเวอร์ตัน ในนัดมันเดย์ไนท์ โดยเกมนี้พวกเขายิงแซงชนะ คริสตัล พาเลซ ที่กำลังเหนื่อยล้าจากเกมถ้วยยุโรป ไปด้วยสกอร์ 2-1


ประเด็นสำคัญหลังเกม:

1. อโมริมรับบท "จอมขโมยซีน" (เรื่องลูกนิ่ง) รูเบน อโมริม กุนซือปีศาจแดง พูดติดตลกว่า การที่แมนฯ ยูไนเต็ด ไม่ได้ไปเตะบอลถ้วยยุโรป ทำให้เขามีเวลาว่างในการฝึกซ้อม และฉวยโอกาส "ขโมย" (Steal) ไอเดียสูตรลูกนิ่งจากทีมคู่แข่งในพรีเมียร์ลีกมาใช้

"เราซ้อมกันหนักมาก เรามีเวลาซ้อมเยอะ และเราได้เรียนรู้อะไรเยอะมากในอังกฤษ... เมื่อคุณย้ายมาพรีเมียร์ลีก คุณจะได้เรียนรู้วิธีการจากทีมอื่นๆ และเราก็กำลัง 'ขโมย' หลายสิ่งหลายอย่างมาเพื่อใช้ทำประตู" อโมริม กล่าว

(สถิติระบุว่า แมนฯ ยูไนเต็ด ยิงประตูจากลูกนิ่งไปแล้วถึง 10 ลูก จาก 13 นัดในฤดูกาลนี้)

2. การสิ้นสุดการรอคอยของ "เซิร์กเซ่" โจชัว เซิร์กเซ่ กองหน้าชาวดัตช์กลับมายิงประตูในพรีเมียร์ลีกได้เป็นครั้งแรกในรอบ 1 ปี (ลูกล่าสุดคือ 1 ธ.ค. ปีที่แล้ว) และเป็นประตูแรกในทุกรายการนับตั้งแต่เดือนเมษายน โดยเขาเป็นคนยิงตีเสมอ ก่อนที่ เมสัน เมาท์ จะมายิงประตูชัย ซึ่งทั้งสองลูกมาจากลูกเปิดฟรีคิกของ บรูโน่ แฟร์นันด์ส

อโมริม ได้กล่าวชื่นชมฟอร์มของ เซิร์กเซ่ ว่า:

"มันสำคัญมาก ไม่ใช่แค่เรื่องประตู แต่รวมถึงการวิ่งหาช่องด้วย ในครึ่งแรกเขาแพ้ในการดวล แต่ครึ่งหลังเขาชนะ... เราเล่นดีขึ้นเพราะ จอช เล่นดีขึ้นในครึ่งหลัง"

3. จุดเปลี่ยนของเกม ครึ่งแรก ยูไนเต็ด เล่นได้อย่างเชื่องช้า และโดนนำไปก่อนจากจุดโทษของ ฌอง-ฟิลิปป์ มาเตต้า (ที่ต้องยิงใหม่เพราะ VAR จับฟาวล์จังหวะแรก) แต่ในช่วงพักครึ่ง อโมริม กระตุ้นลูกทีมให้ "ตื่นตัว" มากขึ้น และอาศัยความได้เปรียบที่ พาเลซ เพิ่งเตะเกม คอนเฟอเรนซ์ ลีก มาเมื่อ 62 ชั่วโมงที่แล้ว เร่งเครื่องแซงชนะได้ในที่สุด

เกร็ดเพิ่มเติม:

  • นี่เป็นชัยชนะที่ เซลเฮิร์สท์ พาร์ค ครั้งแรกของ แมนฯ ยูไนเต็ด นับตั้งแต่ปี 2020 (ยุคโควิด)

  • โอลิเวอร์ กลาสเนอร์ กุนซือพาเลซ ที่ใช้แผน 3-4-3 เหมือนกัน และเคยมีข่าวเชื่อมโยงกับแมนยู พ่ายแพ้คาบ้านในลีกเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์